|
วิหารไซออน
ตอน “โลกใหม่ 2012”
อับดุลอะซีซ โสภณวสุ (วารสารใต้ร่มเงาอิสลาม)
หากถามว่าในอนาคตจะมีซักวันหนึ่งไหมที่โลกเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ จนบ้านเมืองพังพินาศย่อยยับไปทั่วโลก มีมนุษย์ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดจากคลื่นสุริยะ หรืออุกกาบาตพุ่งชน หรืออื่นๆ ? คำตอบก็คือ มันก็อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะอิสลามไม่ได้บอกว่ามันจะเกิดหรือไม่เกิด แต่สิ่งที่บอกไว้ก็มีแต่เรื่องของแผ่นดินไหว อะไรทำนองนั้น ส่วนเรื่องรุนแรงถึงขนาดดาวพุ่งชน หรือคลื่นสุริยะ หรือน้ำท่วมโลกอะไรเหล่านั้นไม่ได้ถูกระบุไว้ในส่วนของสัญญาณวันกิยามะฮฺ
มีผู้ให้ความเห็นว่า เมื่อมนุษย์เรามีความเจริญด้านวัตถุแบบสุดๆ มันก็จะถึงคราวตก ถึงคราวถูกกวาดล้างบ้าง แล้วเราก็จะกลับไปเริ่มสร้างอารยธรรมกันใหม่ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คืออัลอิสลาม และยุคต่อไปคนก็จะรบพุ่งกันด้วยดาบ ด้วยธนูเหมือนในอดีต ด้วยเหตุนี้เองที่ท่านนบี ได้แนะนำให้เราขี่ม้า ยิงธนู และว่ายน้ำ
ซึ่งความเห็นนี้ก็ดูเข้าท่าเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงคงเป็นไปได้ยาก ความเห็นที่ดูจะเป็นจริงและเป็นไปได้มากกว่าก็คือ อารยธรรมความเจริญด้านวัตถุของมนุษย์คงไม่เสื่อมสลายลงไปหรอก มีแต่จะเจริญมากยิ่งขึ้น เส้นทางจราจรจะโยงใยไปทั่วฟ้า การคมนาคม การสื่อสารจะสะดวกรวดเร็ว เราจะเดินทางไปมักกะฮฺ มะดีนะฮฺอย่างรวดเร็ว เราจะได้รับข่าวอิมามมะฮฺดีย์อย่างรวดเร็ว และเรื่องภัยพิบัติที่รุนแรงถึงขั้นทำให้ต้องมาเริ่มสร้างอารยธรรมกันใหม่ก็คงไม่เกิดขึ้นเป็นแน่ ส่วนเรื่องของการขี่ม้า ยิงธนู ว่ายน้ำ นั่นไม่เกี่ยวกัน ถือเป็นคำแนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อเสริมทักษะ และเตรียมร่างกายสำหรับการรบ ซึ่งจะออกกำลังด้วยวิธีใดก็ได้ แต่หากทำตามที่ระบุก็จะได้บุญเพิ่มในส่วนที่ปฏิบัติตามสุนนะฮฺ
แต่หากแม้จะมีภัยพิบัติล้างโลกเกิดขึ้นจริงแล้วไซร้ เราก็ไม่ถือว่าเป็นวันกิยามะฮฺ เพราะวันกิยามะฮฺไม่ใช่วันสิ้น “โลก” ที่หมายถึงดาวดวงนี้ แต่สิ้น “โลก” ในนัยยะของอิสลามหมายถึงการสิ้นสลายของ “ดุนยา” คือพินาศสูญสลายทั้งจักรวาล และแน่นอนว่าในปี 2012 ที่ถูกสร้างกระแส (จากวิทยาศาสตร์ปลอม) ขึ้นนี้ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
หากแต่ปี 2012 เป็นปีสำคัญ เป็นปีแห่งความฝันที่ชาวไซออนิสต์รอคอย อันเนื่องจากมีความต้องการให้แผนการเปลี่ยนโลก “New world order” บรรลุผลเบ็ดเสร็จในปี 2012 ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นฤกษ์แห่งการเปลี่ยนแปลงตามโหราศาสตร์
บางคนบอกว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนกลุ่มเล็กๆจะควบคุมคนกลุ่มใหญ่ของโลก มีอำนาจบงการไปทั่วทุกวงการ และปกครองไปทั่วทุกประเทศ ทั้งๆที่เราไม่เคยพบคำว่า “อิลลูมิเนติ” หรือ “ฟรีเมสัน” ออกมาปรากฏให้เห็นบนหน้าจอทีวีหรือตามหนังสือพิมพ์เลย มีแต่ได้เห็นตามอินเตอร์เน็ต หรือหนังสือเท่านั้น ?
คำตอบก็คือนี่แหละเป็นข้อยืนยันว่า ภาพที่จะออกมาปรากฏบนหน้าจอทีวีและหนังสือพิมพ์นั้นก็ล้วนแล้วถูกควบคุมทั้งสิ้น ส่วนอินเตอร์เน็ตและหนังสือรวมถึงสื่ออื่นๆนั้น ไม่มีผลต่อผู้คนในวงกว้าง ยกตัวอย่างเช่น การปราศรัยของจักรภพ เพ็ญแข ใน FCCT และการให้สัมภาษณ์ของทักษิณใน Times online เหล่านี้จะไม่มีทางเผยแพร่ออกมาสู่จอทีวีเด็ดขาด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วประชาชนคนไทยก็จะไม่มีการแบ่งฝ่าย หรือจะทำให้ไม่มีคนรากหญ้าเข้าไปร่วมฝ่ายแดงด้วยเลย
พอพูดถึงการแบ่งฝ่ายแล้วก็ต้องพูดถึงเรื่องการ “สมคบคิด” (Conspiracy Theory) ขออุปมาเช่นการแข่งขันชกมวย มวยนั้นมีสองฝ่าย นักมวยโดยปกติชกกันจริง เลือดอาบ มีบางครั้งเป็นการแสดง บ้างก็มีล้มมวย คนเชียร์ก็เชียร์กันจริง พนันจริง แต่ทั้งหมดนี้อย่าลืมว่าคนจัดนั้นคือคนๆเดียวหรือคนกลุ่มเดียว นี่ก็คืออุปมัยของสงครามและความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศต่างๆ
และเมื่อพูดถึงมวยแล้วก็ขอแวะซะหน่อยว่า จะมีแบ่งสีเป็นฝ่าย “แดง” และ “น้ำเงิน” ซึ่งตรงนี้ก็เป็นวัฒนธรรมที่มาจากพวกเขาเช่นกัน
จริงๆแล้วพวกไซออนิสต์เรียกตัวเองว่ายิวแดง (Red Jew) พวกเขาผิวแดง หัวแดง และชอบสวมชุดสีแดง (ระบุว่าเป็นเชื้อสายของยาฟิสที่เข้ามาปะปนอยู่ในหมู่บนีอิสรออีล) แต่คนพวกนี้ชอบให้มีการขัดแย้ง เชื่อว่าโลกนี้มีความสมดุล (หยินหยาง) เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงต้องมีสองฝ่าย เลยแบ่งสายพวกเขาให้มีสีน้ำเงินขึ้นมา (ฟรีเมสันจึงมีสายแดงและน้ำเงิน)
โลกฝ่ายแดงหรือคอมมิวนิสต์ เกิดมาจากชาวยิวโดยตรง ทั้งคาร์ล มาร์กซ์, เลนิน, สตาลิน พวกนี้มีเชื้อสายยิว ส่วนฝ่ายน้ำเงินหรือเสรีนิยมนั้น อิลลูมิเนติอยู่เบื้องหลังการก่อตั้งประเทศ ฉะนั้นประธานาธิบดีทุกคนของสหรัฐล้วนเป็นสมาชิกของสมาคมลับทั้งสิ้น ทั้งอิลลูมิเนติ, ฟรีเมสัน และสกัล แอนด์ โบนส์ จึงไม่ต้องแปลกใจที่ธนบัตร, ไวท์เฮาส์, แพนทากอน จึงปรากฏสัญลักษณ์ของพวกเขา อีกทั้งตำรวจ, CIA, ทหาร, ยันวงการบันเทิงจึงถูกยิวคุมหมด
ในอดีตการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในแต่ละประเทศก็จะมีการแบ่งสีเช่นนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยเราเองตอนนี้ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
สมาคมลับซึ่งเทียบกับประชากรโลกแล้วถือว่าเป็นคนกลุ่มเล็กๆ แต่สามารถทำถึงขนาดนี้ได้อย่างไร ? ก็คือว่าไอ้สมาคมลับที่ว่านี้ เป็นสมาคมลับที่สร้างขึ้นและบริหารโดยยิวไซออนิสต์นั่นเอง เพียงเท่านี้มุสลิมและนักวิชาการการเมืองก็คงจะหายข้องใจ แต่สำหรับคนทั่วไปก็อาจจะงงอยู่ว่า แล้วยิวมันทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ ?
เรามักได้ยินคำว่า “นายทุน” “เงินทุน” หนุนหลังแต่ละฝ่ายหรือแม้แต่พรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งในข่าวก็ไม่ได้ระบุตัวตน แต่โดยวิธีการแล้ว สมาคมลับต่างๆจะแทรกซึมมาทำนองนี้แหละ คือใช้เงินเป็นตัวบงการ และดึงคนที่มีอิทธิพลเข้าเป็นสมาชิก เพื่อสามารถกำหนดนโยบายพรรค หรือออกคำสั่งต่างๆได้ ยิ่งแกนนำม็อบยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะเพียงแค่มีคำสั่ง คนจำนวนนับแสนก็จะทำตาม ด้วยเหตุนี้ New world order จึงเป็นไปตามสั่งง่ายเหลือเกิน
คงจะไม่กล้าระบุว่ามวยในบ้านเรานั้น ใครชกจริงชกปลอม ใครเป็นสมาชิกที่ทำตามสั่ง หรือใครต่อสู้โดยบริสุทธิ์ ? อันนี้ยืนยันไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ มีโปรโมเตอร์จัดขึ้นมาแน่นอน
เอกสารลับฉบับหนึ่งถูกเผยแพร่ออกมาทางเว็บไซท์ของ เสธ.ทหารนายหนึ่ง เป็นเอกสารภาษาฮิบรูเขียนแบบเป็นรหัส มีการอธิบายในเว็บไซท์ยาวยืดแต่สรุปใจความได้ว่า ให้เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงระบอบวันที่ 13 สิงหาคม 2006 ประเทศไทย และให้แล้วเสร็จในวันที่ 28 สิงหาคม 2012

ประเด็นว่าเอกสารนี้ของจริงหรือไม่ อันนี้ไม่ใส่ใจนัก แต่ที่แน่ๆ ในบ้านเราก็มีฝ่ายแดงและน้ำเงิน (เหลืองก็คือย่อยของน้ำเงิน เพราะใช้แทนความหมายกันได้ตามวัฒนธรรมบ้านเรา) แต่ไม่รู้ว่าปี 2012 ทางไซออนิตส์ต้องการให้สีใดปกครองประเทศ ? ปัจจุบันเป็นคิวของน้ำเงินปกครองอยู่ แต่ดูลักษณะรูปการแล้วถ้าหากพวกเขายังต้องการให้อเมริกาเป็นผู้นำโลก ก็แสดงว่ายุคนี้ต้องสีน้ำเงิน แต่อนาคตแดงอาจจะพลิกกลับเป็นฝ่ายปกครอง ก็เป็นไปได้สูง
ข้อนี้เป็นสิ่งที่นักวิชาการมุสลิมรู้กันดี ว่ายิวมีแผนการให้สีแดงคอมมิวนิสต์กลับมาปกครองอีกครั้ง เพราะชอบหลอกใช้แรงงาน หรือชอบเปรียบคนเป็นสัตว์นั่นเอง ส่วนจะทำสำเร็จหรือไม่นั่นอีกเรื่อง
อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งที่จะต้องจับตาดูว่า 2012 จะเกิดอะไรขึ้นกับแวดวงการเมืองการปกครองของบ้านเรารวมถึงที่อื่นๆ และอเมริกาจะมีอะไร ? อิสราเอลจะมีอะไร ? ดินแดนไซออนจะมีอะไร ? อิหร่านจะมีอะไร ?
นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจ ว่าการที่อิหร่านและชีอะฮฺกำลังสร้างภาพว่าตนเป็นศัตรูกับยิว โดยอาศัยจุดอ่อนที่ว่าซาอุดิอาระเบียและโลกอาหรับนั้นเป็นพันธมิตรกับศัตรู อิหร่านจึงฉวยโอกาสเล่นบทฮีโร่โลกมุสลิม ทั้งหมดนี้เราอย่าลืมสิ่งที่ได้กล่าวไปตอนต้น ในเรื่องของการ “สมคบคิด”
“อะห์มาดีเนจาด” คนๆนี้มิได้โกงการเลือกตั้ง แต่เป็นคนที่ถูกเลือกโดยอิลลูมิเนติให้เป็นประธานาธิบดี เหมือนๆกับประธานาธิบดีสหรัฐทุกคน (การเลือกตั้งเป็นเพียงการจัดฉากหลอกๆให้ประชาชนนึกว่าตนเองมีส่วนร่วม) ตัวผู้นำอิหร่านคนนี้คือหนึ่งในสมาชิกอิลลูมิเนติ ! ลัทธิชีอะฮฺเกิดมาจากยิวฉันใด รัฐชีอะฮฺอิหร่านก็เกิดมาจากยิวฉันนั้น
ที่ว่ากันว่าอิหร่านนั้นเกลียดและเป็นศัตรูกับยิว ก็ต้องบอกว่าประชาชนหรือคนเชียร์มวยนั้นเป็นของจริง แต่รู้ไว้เถิดว่าทั้งรัฐบาล, บรรดาแกนนำชีอะฮฺ และทั้งตัวผู้นำประเทศนั้น เป็นของปลอม !
|